Google

Wednesday, October 21, 2009

Political Community : Confederation

ประชาคมทางการเมือง:สมาพันธรัฐ

สมาคมของรัฐต่างๆที่แสวงหาหนทางเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์แห่งชาติโดยผ่านทางการเมืองและสถาบันทางเศรษฐกิจร่วมกัน สมาพันธรัฐมีข้อแตกต่างจากสหพันธรัฐตรงที่สมาชิกของสมาพันธรัฐจะยังคงมีอธิปไตยอยู่อย่างเต็มที่ ส่วนสหพันธรัฐนั้นอำนาจทางการเมืองจะถูกแบ่งตามรัฐธรรมนูญระหว่างหน่วยส่วนกลางกับหน่วยในระดับภูมิภาค องค์การในระดับโลกต่างๆ เช่น สันนิบาตชาติ และสหประชาชาติ เป็นต้น และองค์การในระดับภูมิภาคต่างๆ เช่น องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(นาโต) องค์การสนธิสัญญาเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(ซีโต) องค์การนานารัฐอเมริกา(โอเอเอส) และ ประชาคมยุโรป(อีซี) ล้วนแต่มีลักษณะเป็นองค์การที่ยึดหลักการของสมาพันธรัฐทั้งนั้น กล่าวคือ การตัดสินใจต่างๆอาจจะกระทำโดยเสียงเอกฉันท์ หรือเสียงส่วนใหญ่ก็จริง แต่ก็ไม่มีรัฐใดถูกบังคับให้ยอมรับการตัดสินใจของเสียงข้างมาก

ความสำคัญ สมาพันธรัฐมีลักษณะอยู่กึ่งกลางระหว่างการกระทำของรัฐที่มีเอกราชกับการจัดตั้งระบบสหพันธรัฐ ฝ่ายที่ให้การสนับสนุนให้มีสหพันธรัฐโลกถือว่าสมาพันธรัฐในระดับโลกอย่างเช่นสหประชาชาตินี้จะเป็นวิวัฒนาการก้าวต่อไปสู่บูรณาการทางการเมืองในระดับที่สูงยิ่งขึ้นเหมือนอย่างประสบการณ์ที่เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา ถึงแม้ว่าสมาพันธรัฐนี้จะขาดอำนาจในการบัญญัติและบังคับใช้กฎหมาย แต่อำนาจในการตัดสินใจของสมาพันธรัฐจะมีขอบเขตกว้างขวางมากเมื่อมีฉันทามติเกิดขึ้นในสมาคม
===========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket


Political Community :Functionalism

ประชาคมทางการเมือง : คติการหน้าที่

ทฤษฎีที่เสนอแนะให้สร้างประชาคมโลกอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยใช้โครงสร้างความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคมที่ขยายตัวไปเรื่อยๆ ยิ่งกว่าที่จะใช้บูรณาการทางการเมืองโดยตรง คติการหน้าที่มีรากฐานมาจากข้อสมมติฐานที่ว่า ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคมมีแนวโน้มว่าจะมีขอบเขตกว้างขวางออกไปในระดับโลก เพราะฉะนั้นจะแก้ปัญหาเหล่านี้อย่างได้ผลนั้นก็จำเป็นต้องผนึกกำลังกระทำร่วมกันระหว่างมวลสมาชิกของระบบรัฐ ลักษณะนิสัยของความร่วมมือกันที่มีผลมาจากการประสบความก้าวหน้าไปสู่วัตถุประสงค์ทางด้านเศรษฐกิจและทางด้านสังคมนั้นอาจจะถูกเปลี่ยนแปลงไปเป็นบูรณาการทางการเมืองได้

ความสำคัญ คติการหน้าที่ในฐานะที่เป็นทฤษฎีสร้างบูรณาการระหว่างประเทศ ได้ช่วยอธิบายให้เราได้ทราบว่าวิวัฒนาการของฉันทามติระหว่างชาติต่างๆจะสามารถทำให้ชาติต่างๆเหล่านี้เคลื่อนไหวไปสู่ความร่วมมือในระดับสูงยิ่งขึ้นได้ พวกที่ยึดคติการหน้าที่บอกว่า ผลสุดท้ายของกระบวนการนี้ก็อาจจะมีการจัดตั้งรัฐบาลโลกที่อิงอาศัยหลักการที่หน่วยต่างๆทำหน้าที่สอดประสานซึ่งกันและกัน ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว เมื่อฐานของความร่วมมือทางเศรษฐกิจและสังคมขยายตัวออกไปแล้ว ก็อาจจะเกิดเป็นผลพลอยได้ คือสิ่งที่จะส่งเสริมให้มีการสร้างประชาคมทางการเมืองขึ้นมาได้ ทฤษฎีคติการหน้าที่นี้พวกนักปราชญ์นำมาใช้อธิบายปรากฏการณ์บูรณาการทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในระบบรัฐในคริสต์ศตวรรษที่ 20 ได้อย่างกว้างไกล
===========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Political Community : International Organization

ประชาคมทางการเมือง : องค์การระหว่างประเทศ

การตกลงอย่างเป็นทางการที่มีความรับผิดชอบนอกเขตพรมแดนแห่งชาติ โดยจะมีข้อกำหนดให้ทำการจัดตั้งกลไกทางสถาบันเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับความร่วมมือกันระหว่างหมู่สมาชิก ในด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ สังคม หรือด้านอื่นๆที่เกี่ยวข้อง องค์การระหว่างประเทศในสมัยใหม่ต่างๆ ซึ่งเริ่มปรากฏขึ้นมาเมื่อกว่าหนึ่งร้อยปีที่ผ่านมาในระบบรัฐแบบตะวันตก ได้เฟื่องฟูขึ้นมาในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 20 ซึ่งถือได้ว่าเป็นยุคแห่งความร่วมมือระหว่างประเทศ องค์การระหว่างประเทศที่มีบทบาทกระฉับกระเฉงอยู่ในปัจจุบันมี 2 แบบ คือ (1) องค์การที่ตกลงจัดตั้งขึ้นมาโดยภาครัฐบาลระหว่าง 2 รัฐขึ้นไป(ไอจีโอ) และ(2) องค์การที่จัดตั้งขึ้นมาโดยภาคเอกชนที่ประกอบด้วยเอกชนหรือคณะเอกชนที่เรียกว่า องค์การที่มิใช่ตัวแทนของภาครัฐบาล(เอ็นจีโอ) องค์การที่จัดตั้งโดยภาครัฐบาล ได้แก่ (1) องค์การทางการเมืองในระดับโลก(สันนิบาตชาติ และสหประชาชาติ) (2) องค์การรวมกลุ่มระดับภูมิภาค (เช่น องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(นาโต) องค์การนานารัฐอเมริกา(โอเอเอส) สันนิบาตอาหรับ) (3) สหภาพระหว่างประเทศที่จัดตั้งโดยภาครัฐบาล( สหภาพไปรษณีย์สากล และองค์การอนามัยโลก(ดับเบิลยูเอชโอ) ส่วนองค์การระหว่างประเทศของภาคเอกชนนั้น ได้แก่ โรตารีระหว่างประเทศ สมาพันธ์สหภาพการค้าเสรีระหว่างประเทศ และองค์การกาชาดสากล เป็นต้น

ความสำคัญ ในโลกปัจจุบันมีองค์การระหว่างประเทศอยู่หลากหลายชนิดและมีสถาบันระหว่างประเทศที่มีบูรณาการอยู่ในระดับที่แตกต่างกัน แต่ก็เป็นการยากที่จะประเมินได้ว่าสถาบันเช่นนั้นเช่นนี้มีคุณูปการต่อสันติภาพ ต่อความเข้าใจกันระหว่างประเทศ และต่อความมั่งคั่งไพบูลย์ในระดับนั้นระดับนี้ นักวิพากษ์วิจารณ์มีแนวโน้มว่าจะมีทัศนะแยกออกเป็นสองอย่าง คือ กลุ่มหนึ่งนิยมให้ใช้แนวทางยืนอยู่บนลำแข้งของตนเองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติและต้องการให้มีความยืดหยุ่นแห่งชาติมากขึ้นในกิจการทางเศรษฐกิจและทางสังคม ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งก็เห็นว่าองค์การระหว่างประเทศไม่สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลและได้เรียกร้องให้มีการจัดตั้งสหภาพที่เข้มแข็งกว่าในรูปแบบของข้อตกลงแบบสหพันธ์เดี่ยวหรือหลายสหพันธ์ พวกที่ให้การสนับสนุนองค์การระหว่างประเทศได้ยืนยันว่า การมีองค์การระหว่างประเทศเป็นวิธีที่จะทำให้รัฐสามารถบรรลุวัตถุประสงค์หลายอย่างได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นองค์การแบบใดความร่วมมือที่จำเป็นต่อการสร้างผลที่เป็นประโยชน์จะมีมากน้อยขนาดใดนั้นก็จะขึ้นอยู่กับระดับของผลประโยชน์ร่วมระหว่างหมู่สมาชิกเป็นประการสำคัญ
==========================

สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ขอแนะนำอีบุ๊กเล่มนี้ค่ะ:

พจนานุกรมศัพท์องค์การระหว่างประเทศ


Political Community : Nongovernmental Organization(NGO)

ประชาคมทางการเมือง: องค์การที่มิใช่ภาครัฐบาล(เอ็นจีโอ)

องค์การระหว่างประเทศของภาคเอกชน ที่ทำหน้าที่เป็นกลไกสร้างความร่วมมือระหว่างกลุ่มเอกชนแห่งชาติต่างๆในกิจการระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คือ ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม ด้านวัฒนธรรม ด้านมนุษยธรรม และด้านเทคนิค ภายใต้กฎบัตรสหประชาชาติ(ข้อ 77) ได้ให้อำนาจแก่คณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคมสหประชาชาติได้ดำเนินการตามความเหมาะสมเพื่อให้มีการปรึกษาหารือกับองค์การที่มิใช่ภาครัฐบาลต่างๆในเรื่องที่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของตน องค์การที่มิใช่ภาครัฐบาล(เอ็นจีโอ) นี้มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า สมาคมข้ามชาติ

ความสำคัญ องค์การที่มิใช่ภาครัฐบาลหรือเอ็นจีโอนี้มีบทบาทอย่างเข้มแข็งในกิจการระหว่างประเทศเป็นเวลานานหลายปีมาแล้ว บางองค์การมีบทบาทมานานมากกว่าหนึ่งศตวรรษ ในโลกปัจจุบันนี้องค์การที่มีบทบาทแข็งขันมีจำนวนนับพันองค์การ และมีมากกว่า 300 องค์การที่ได้ทำการตกลงรับเป็นที่ปรึกษาของคณะมนตรีเศรษฐกิจและสังคม ตัวอย่างขององค์การเอ็นจีโอเหล่านี้ ได้แก่ สมาคมผู้บริโภค สมาคมผู้ผลิต กลุ่มทางศาสนา องค์การครู สมาคมผู้ประกอบอาชีพทางกฎหมาย สมาคมผู้ประกอบอาชีพแพทย์ ฯลฯ

===========================

สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ขอแนะนำอีบุ๊กเล่มนี้ค่ะ:

พจนานุกรมศัพท์องค์การระหว่างประเทศ


Political Community: Regionalism

ประชาคมทางการเมือง : ภูมิภาคนิยม

แนวความคิดที่ว่าประชาชาติที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เดียวกันหรือมีผลประโยชน์ร่วมกันก็สามารถมาร่วมกันทำการจัดตั้งองค์การที่มีสมาชิกจำกัดอยู่เฉพาะในภูมิภาคเพื่อแก้ไขปัญหาทางทหาร ทางการเมือง และทางการปฏิบัติหน้าที่ ภูมิภาคนิยมเป็นแนวทางมัชฌิมาปฏิปทาที่จะใช้แก้ปัญหาที่อยู่ระหว่างแนวทางสุดโต่งสองข้างคือคตินิยมพึ่งตนเองกับคตินิยมสากล ในกฎบัตรสหประชาชาติได้สนับสนุนให้มีภูมิภาคนิยมนี้เพื่อช่วยเสริมให้องค์การโลกสามารถบรรลุวัตถุประสงค์และทำกิจกรรมต่างๆได้ แต่ก็ได้กำหนดไว้ว่า การกระทำขององค์การในระดับภูมิภาคทั้งหลายทั้งปวงจะต้องให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ องค์การระดับภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ (1) องค์การในระบบพันธมิตรทางทหาร เช่น องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(นาโต) และองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอ (2) องค์การทางเศรษฐกิจ เช่น ประชาคมยุโรป สมาคมการค้าเสรียุโรป(เอฟตา) เบเนลักซ์ สมาคมบูรณาการละตินอเมริกา(แอลเอไอเอ) ตลาดร่วมอเมริกากลาง สภาความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจร่วมกัน(โคมีคอน) และ (3) องค์การทางการเมือง เช่น องค์การนานารัฐอเมริกา(โอเอเอส) สภายุโรป สันนิบาตอาหรับ และองค์การเอกภาพแอฟริกา(โอเอยู)

ความสำคัญ การที่องค์การที่มีสมาชิกจำกัดอยู่เฉพาะในภูมิภาคมีความเจริญเติบโตขึ้นมามากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองนี้ ก็สืบเนื่องมาจากได้มีการเน้นย้ำให้มีการสร้างบูรณาการในระดับภูมิภาคขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแนวทางให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ทางผลประโยชน์แห่งชาติ บทบาทของพันธมิตรในระดับภูมิภาคได้กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากในช่วงเวลานี้ ว่าเป็นการนำเอาระบบดุลอำนาจต่างๆมาใช้แทนระบบความมั่นคงร่วมกันแห่งสหประชาชาติ นักสังเกตการณ์มีทัศนะแตกต่างกันในประเด็นที่ว่า การรวมกลุ่มทางทหารก่อให้เกิดภัยคุกคามของสงครามหรือว่าก่อให้เกิดประโยชน์เกื้อกูลต่อการธำรงสันติภาพหรือความมั่นคงกันแน่ ในกรณีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีก็ได้มีการโต้แย้งทางด้านกฎหมายเกิดขึ้นระหว่างพวกที่ให้การสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทในระดับภูมิภาค กับอีกพวกหนึ่งที่สนับสนุนให้นำเรื่องที่เกิดพิพาทกันนั้นส่งไปให้สหประชาชาติพิจารณา ยกตัวอย่างเช่น ข้อขัดแย้งทางกฎหมายที่เกิดขึ้นระหว่างองค์การนานารัฐอเมริกากับสหประชาชาติในระหว่างที่เกิดวิกฤติการณ์คิวบา วิกฤติการณ์โดมินิกัน วิกฤติการณ์นิคารากัว วิกฤติการณ์เอลซัลวาดอร์ และวิกฤติการณ์กัวเตมาลา องค์การที่ทำหน้าที่ในระดับภูมิภาคได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างมาก ดังนั้นก็จึงทำให้ภูมิภาคนิยมนี้มีความเจริญเติบโตขึ้นมามาก แต่การกีดกันทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างกลุ่มที่แข่งขันกันก็อาจจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มที่จะให้มีการค้าเสรีมากยิ่งขึ้นได้ ในทางจิตวิทยานั้นบุคคลมีแนวโน้มที่จะให้การสนับสนุนการรวมกลุ่มในแบบที่มีสมาชิกจำกัดเฉพาะในภูมิภาคนี้ยิ่งกว่าจะให้การสนับสนุนแก่องค์การระดับโลกที่อยู่ไกลตัว ภูมิภาคนิยมนี้อาจจะเป็นแนวทาง”ค่อยเป็นค่อยไป”ที่สามารถนำมาใช้สร้างประชาคมระหว่างประเทศและสหพันธ์ทางการเมืองที่มีขอบเขตรับผิดชอบเหนือประชารัฐได้

===============================

สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ขอแนะนำอีบุ๊กเล่มนี้ค่ะ:

พจนานุกรมศัพท์องค์การระหว่างประเทศ


Political Community : Supranationalism

ประชาคมทางการเมือง:อำนาจเหนือชาติ

อำนาจขององค์การระหว่างประเทศที่ใช้ในการตกลงใจโดยยึดคะแนนเสียงข้างมาก ซึ่งจะมีผลผูกพันรัฐสมาชิกหรือพลเมืองของรัฐสมาชิกทั้งปวง อำนาจเหนือชาตินี้เป็นการโอนอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยสั่งการในขอบเขตที่กำหนดจากหน่วยย่อยต่างๆไปให้แก่หน่วยกลาง มวลสมาชิกจะต้องยอมรับการตัดสินใจของอำนาจเหนือชาตินี้ มิฉะนั้นแล้วก็จะต้องถอนตัวออกจากระบบไป การตัดสินใจนี้อาจกระทำโดยตัวแทนของรัฐบาลที่เป็นสมาชิกหรือโดยสถาบันที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยรวมขององค์การระหว่างประเทศนั้นๆ อำนาจเหนือชาตินี้จะมีผลให้มีการจัดตั้งระบบสหพันธ์จำกัดเฉพาะในภูมิภาคขึ้นมาโดยมีการแบ่งปันอำนาจระหว่างสองระดับนี้

ความสำคัญ อำนาจเหนือชาติจะมีขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อรัฐต่างๆสมัครใจมอบอำนาจอธิปไตยของตนให้แก่สถาบันกลาง แต่อำนาจเหนือชาตินี้ได้รับการสนับสนุนน้อยในโลกที่ประกอบด้วยรัฐเอกราชและมีอธิปไตยที่ผู้นำมีความหวั่นเกรงว่าตนจะสูญเสียเอกสิทธิ์ในการวินิจฉัยสั่งการไป คณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปเป็นตัวอย่างของสถาบันเหนือชาติที่สามารถริเริ่มนโยบาย ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหารและตกลงใจในขอบเขตกำหนดที่จะมีผลต่อมวลรัฐสมาชิกตลอดจนกลุ่มและบุคคลภาคเอกชนต่างๆ คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติมีลักษณะที่ไม่เหมือนกับองค์การชำนัญพิเศษอื่นๆของสหประชาชาติ คือเป็นองค์การมีอำนาจภายใต้กฎบัตรให้สามารถตัดสินใจใช้อำนาจเหนือชาติในเรื่องของสันติภาพและความมั่นคงที่มีผลผูกพันต่อสมาชิกทั้งหลายได้ คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติได้ใช้อำนาจนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือ ในตอนคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจภาคบังคับกับประเทศโรดีเซียเมื่อปี ค.ศ. 1966
=======================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Political Community : World Government

ประชาคมทางการเมือง : รัฐบาลโลก

แนวความคิดที่จะให้มีหน่วยทางการเมืองในระดับโลกมาประกันสันติภาพและความมั่นคง โดยให้มีอำนาจหน้าที่เหนือระบบรัฐ ผู้ที่ให้การสนับสนุนในเรื่องรัฐบาลโลกนี้ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ควรจะได้จัดตั้งสหพันธรัฐอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา โดยให้สหพันธรัฐนี้มีอำนาจหน้าที่อยู่ที่ส่วนกลางที่ได้รับมอบอำนาจมาเป็นการเฉพาะ ในขณะเดียวกันอำนาจของรัฐที่ยังเหลืออยู่นั้นก็ยังคงอยู่กับหน่วยย่อยนั้นๆต่อไป กฎหมายโลกที่นำมาบังคับใช้กับทุกคนทั่วทั้งโลกก็จะมาจากรัฐบาลกลางของโลก องค์การที่ให้การสนับสนุนอย่างเข้มแข็งต่อแนวความคิดของรัฐบาลโลกนี้ คือ องค์การสหพันธรัฐโลก(ยูไนเต็ดเวิลด์เฟดเดอรัลลิสต์)

ความสำคัญ ผู้ที่สนับสนุนให้มีรัฐบาลโลกนี้แยกออกได้เป็น 2 พวก คือ (1) พวกที่เชื่อว่าการจัดตั้งระบบสหพันธ์โลกเป็นความเร่งด่วนในระดับต้นๆ และ (2) พวกที่ถือว่าควรจะปล่อยให้มีวิวัฒนาการอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นประชาคมโลกที่ตั้งอยู่บนรากฐานของค่านิยมและเป้าหมายร่วมกันให้ได้ก่อนจะมีโครงสร้างทางการเมือง ผู้ที่สนับสนุนให้มีรัฐบาลโลกยังได้อ้างประสบการณ์ของอเมริกาที่ใช้ระบอบการปกครองแบบสหพันธรัฐนี้ โดยบอกว่าควรจะได้ลอกเลียนแบบระบบนี้มาใช้ในระดับโลกบ้าง แต่ปัญหาในแง่ปฏิบัติที่ว่าทำอย่างไรถึงจะได้ฉันทามติในหมู่รัฐ 180 กว่ารัฐที่ยินยอมให้มีการจัดตั้ง”อำนาจเหนือชาติ” ซึ่งจะเป็นเหตุให้ขจัดอำนาจอธิปไตยของแต่ละรัฐในเรื่องสำคัญๆออกไป ยังได้รับคำตอบไม่เป็นที่น่าพ่อใจนัก ข้อเสนอให้มีการลดกำลังรบหลายครั้งที่เสนอโดยมหาอำนาจนั้น หากเป็นจริงขึ้นมาได้ก็จะทำให้เกิดรัฐบาลโลกที่มีอำนาจจำกัดรูปแบบหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่เป็นหลักประกันว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงโดยจะมีองค์กรระหว่างประเทศองค์กรหนึ่งมาทำหน้าที่ตรวจสอบและบังคับใช้ให้เป็นไปตามข้อตกลง สนธิสัญญากฎหมายทะเลฉบับที่ 3 (ค.ศ. 1982) มีข้อกำหนดให้จัดตั้งองค์การท้องทะเลระหว่างประเทศมาทำหน้าที่ใช้อำนาจเหนือชาติในควบคุมการขุดค้นทรัพยากรอันมั่งคั่งจากท้องทะเลของมหาสมุทรโลก
==========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket