Google

Wednesday, October 21, 2009

Political Community: Regionalism

ประชาคมทางการเมือง : ภูมิภาคนิยม

แนวความคิดที่ว่าประชาชาติที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เดียวกันหรือมีผลประโยชน์ร่วมกันก็สามารถมาร่วมกันทำการจัดตั้งองค์การที่มีสมาชิกจำกัดอยู่เฉพาะในภูมิภาคเพื่อแก้ไขปัญหาทางทหาร ทางการเมือง และทางการปฏิบัติหน้าที่ ภูมิภาคนิยมเป็นแนวทางมัชฌิมาปฏิปทาที่จะใช้แก้ปัญหาที่อยู่ระหว่างแนวทางสุดโต่งสองข้างคือคตินิยมพึ่งตนเองกับคตินิยมสากล ในกฎบัตรสหประชาชาติได้สนับสนุนให้มีภูมิภาคนิยมนี้เพื่อช่วยเสริมให้องค์การโลกสามารถบรรลุวัตถุประสงค์และทำกิจกรรมต่างๆได้ แต่ก็ได้กำหนดไว้ว่า การกระทำขององค์การในระดับภูมิภาคทั้งหลายทั้งปวงจะต้องให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และหลักการของสหประชาชาติ องค์การระดับภูมิภาคต่างๆ ได้แก่ (1) องค์การในระบบพันธมิตรทางทหาร เช่น องค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ(นาโต) และองค์การสนธิสัญญาวอร์ซอ (2) องค์การทางเศรษฐกิจ เช่น ประชาคมยุโรป สมาคมการค้าเสรียุโรป(เอฟตา) เบเนลักซ์ สมาคมบูรณาการละตินอเมริกา(แอลเอไอเอ) ตลาดร่วมอเมริกากลาง สภาความช่วยเหลือทางเศรษฐกิจร่วมกัน(โคมีคอน) และ (3) องค์การทางการเมือง เช่น องค์การนานารัฐอเมริกา(โอเอเอส) สภายุโรป สันนิบาตอาหรับ และองค์การเอกภาพแอฟริกา(โอเอยู)

ความสำคัญ การที่องค์การที่มีสมาชิกจำกัดอยู่เฉพาะในภูมิภาคมีความเจริญเติบโตขึ้นมามากในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สองนี้ ก็สืบเนื่องมาจากได้มีการเน้นย้ำให้มีการสร้างบูรณาการในระดับภูมิภาคขึ้นมาเพื่อใช้เป็นแนวทางให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ทางผลประโยชน์แห่งชาติ บทบาทของพันธมิตรในระดับภูมิภาคได้กลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันมากในช่วงเวลานี้ ว่าเป็นการนำเอาระบบดุลอำนาจต่างๆมาใช้แทนระบบความมั่นคงร่วมกันแห่งสหประชาชาติ นักสังเกตการณ์มีทัศนะแตกต่างกันในประเด็นที่ว่า การรวมกลุ่มทางทหารก่อให้เกิดภัยคุกคามของสงครามหรือว่าก่อให้เกิดประโยชน์เกื้อกูลต่อการธำรงสันติภาพหรือความมั่นคงกันแน่ ในกรณีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธีก็ได้มีการโต้แย้งทางด้านกฎหมายเกิดขึ้นระหว่างพวกที่ให้การสนับสนุนการแก้ไขข้อพิพาทในระดับภูมิภาค กับอีกพวกหนึ่งที่สนับสนุนให้นำเรื่องที่เกิดพิพาทกันนั้นส่งไปให้สหประชาชาติพิจารณา ยกตัวอย่างเช่น ข้อขัดแย้งทางกฎหมายที่เกิดขึ้นระหว่างองค์การนานารัฐอเมริกากับสหประชาชาติในระหว่างที่เกิดวิกฤติการณ์คิวบา วิกฤติการณ์โดมินิกัน วิกฤติการณ์นิคารากัว วิกฤติการณ์เอลซัลวาดอร์ และวิกฤติการณ์กัวเตมาลา องค์การที่ทำหน้าที่ในระดับภูมิภาคได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างมาก ดังนั้นก็จึงทำให้ภูมิภาคนิยมนี้มีความเจริญเติบโตขึ้นมามาก แต่การกีดกันทางการค้าที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างกลุ่มที่แข่งขันกันก็อาจจะส่งผลกระทบต่อแนวโน้มที่จะให้มีการค้าเสรีมากยิ่งขึ้นได้ ในทางจิตวิทยานั้นบุคคลมีแนวโน้มที่จะให้การสนับสนุนการรวมกลุ่มในแบบที่มีสมาชิกจำกัดเฉพาะในภูมิภาคนี้ยิ่งกว่าจะให้การสนับสนุนแก่องค์การระดับโลกที่อยู่ไกลตัว ภูมิภาคนิยมนี้อาจจะเป็นแนวทาง”ค่อยเป็นค่อยไป”ที่สามารถนำมาใช้สร้างประชาคมระหว่างประเทศและสหพันธ์ทางการเมืองที่มีขอบเขตรับผิดชอบเหนือประชารัฐได้

===============================

สำหรับผู้ที่ต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม ขอแนะนำอีบุ๊กเล่มนี้ค่ะ:

พจนานุกรมศัพท์องค์การระหว่างประเทศ


Political Community : Supranationalism

ประชาคมทางการเมือง:อำนาจเหนือชาติ

อำนาจขององค์การระหว่างประเทศที่ใช้ในการตกลงใจโดยยึดคะแนนเสียงข้างมาก ซึ่งจะมีผลผูกพันรัฐสมาชิกหรือพลเมืองของรัฐสมาชิกทั้งปวง อำนาจเหนือชาตินี้เป็นการโอนอำนาจหน้าที่ในการวินิจฉัยสั่งการในขอบเขตที่กำหนดจากหน่วยย่อยต่างๆไปให้แก่หน่วยกลาง มวลสมาชิกจะต้องยอมรับการตัดสินใจของอำนาจเหนือชาตินี้ มิฉะนั้นแล้วก็จะต้องถอนตัวออกจากระบบไป การตัดสินใจนี้อาจกระทำโดยตัวแทนของรัฐบาลที่เป็นสมาชิกหรือโดยสถาบันที่ทำหน้าที่เป็นหน่วยรวมขององค์การระหว่างประเทศนั้นๆ อำนาจเหนือชาตินี้จะมีผลให้มีการจัดตั้งระบบสหพันธ์จำกัดเฉพาะในภูมิภาคขึ้นมาโดยมีการแบ่งปันอำนาจระหว่างสองระดับนี้

ความสำคัญ อำนาจเหนือชาติจะมีขึ้นมาได้ก็ต่อเมื่อรัฐต่างๆสมัครใจมอบอำนาจอธิปไตยของตนให้แก่สถาบันกลาง แต่อำนาจเหนือชาตินี้ได้รับการสนับสนุนน้อยในโลกที่ประกอบด้วยรัฐเอกราชและมีอธิปไตยที่ผู้นำมีความหวั่นเกรงว่าตนจะสูญเสียเอกสิทธิ์ในการวินิจฉัยสั่งการไป คณะกรรมาธิการประชาคมยุโรปเป็นตัวอย่างของสถาบันเหนือชาติที่สามารถริเริ่มนโยบาย ทำหน้าที่เป็นฝ่ายบริหารและตกลงใจในขอบเขตกำหนดที่จะมีผลต่อมวลรัฐสมาชิกตลอดจนกลุ่มและบุคคลภาคเอกชนต่างๆ คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติมีลักษณะที่ไม่เหมือนกับองค์การชำนัญพิเศษอื่นๆของสหประชาชาติ คือเป็นองค์การมีอำนาจภายใต้กฎบัตรให้สามารถตัดสินใจใช้อำนาจเหนือชาติในเรื่องของสันติภาพและความมั่นคงที่มีผลผูกพันต่อสมาชิกทั้งหลายได้ คณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติได้ใช้อำนาจนี้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น คือ ในตอนคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจภาคบังคับกับประเทศโรดีเซียเมื่อปี ค.ศ. 1966
=======================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Political Community : World Government

ประชาคมทางการเมือง : รัฐบาลโลก

แนวความคิดที่จะให้มีหน่วยทางการเมืองในระดับโลกมาประกันสันติภาพและความมั่นคง โดยให้มีอำนาจหน้าที่เหนือระบบรัฐ ผู้ที่ให้การสนับสนุนในเรื่องรัฐบาลโลกนี้ส่วนใหญ่มีความเห็นว่า ควรจะได้จัดตั้งสหพันธรัฐอย่างใดอย่างหนึ่งขึ้นมา โดยให้สหพันธรัฐนี้มีอำนาจหน้าที่อยู่ที่ส่วนกลางที่ได้รับมอบอำนาจมาเป็นการเฉพาะ ในขณะเดียวกันอำนาจของรัฐที่ยังเหลืออยู่นั้นก็ยังคงอยู่กับหน่วยย่อยนั้นๆต่อไป กฎหมายโลกที่นำมาบังคับใช้กับทุกคนทั่วทั้งโลกก็จะมาจากรัฐบาลกลางของโลก องค์การที่ให้การสนับสนุนอย่างเข้มแข็งต่อแนวความคิดของรัฐบาลโลกนี้ คือ องค์การสหพันธรัฐโลก(ยูไนเต็ดเวิลด์เฟดเดอรัลลิสต์)

ความสำคัญ ผู้ที่สนับสนุนให้มีรัฐบาลโลกนี้แยกออกได้เป็น 2 พวก คือ (1) พวกที่เชื่อว่าการจัดตั้งระบบสหพันธ์โลกเป็นความเร่งด่วนในระดับต้นๆ และ (2) พวกที่ถือว่าควรจะปล่อยให้มีวิวัฒนาการอย่างค่อยเป็นค่อยไปเป็นประชาคมโลกที่ตั้งอยู่บนรากฐานของค่านิยมและเป้าหมายร่วมกันให้ได้ก่อนจะมีโครงสร้างทางการเมือง ผู้ที่สนับสนุนให้มีรัฐบาลโลกยังได้อ้างประสบการณ์ของอเมริกาที่ใช้ระบอบการปกครองแบบสหพันธรัฐนี้ โดยบอกว่าควรจะได้ลอกเลียนแบบระบบนี้มาใช้ในระดับโลกบ้าง แต่ปัญหาในแง่ปฏิบัติที่ว่าทำอย่างไรถึงจะได้ฉันทามติในหมู่รัฐ 180 กว่ารัฐที่ยินยอมให้มีการจัดตั้ง”อำนาจเหนือชาติ” ซึ่งจะเป็นเหตุให้ขจัดอำนาจอธิปไตยของแต่ละรัฐในเรื่องสำคัญๆออกไป ยังได้รับคำตอบไม่เป็นที่น่าพ่อใจนัก ข้อเสนอให้มีการลดกำลังรบหลายครั้งที่เสนอโดยมหาอำนาจนั้น หากเป็นจริงขึ้นมาได้ก็จะทำให้เกิดรัฐบาลโลกที่มีอำนาจจำกัดรูปแบบหนึ่งขึ้นมาทำหน้าที่เป็นหลักประกันว่าจะมีการปฏิบัติตามข้อตกลงโดยจะมีองค์กรระหว่างประเทศองค์กรหนึ่งมาทำหน้าที่ตรวจสอบและบังคับใช้ให้เป็นไปตามข้อตกลง สนธิสัญญากฎหมายทะเลฉบับที่ 3 (ค.ศ. 1982) มีข้อกำหนดให้จัดตั้งองค์การท้องทะเลระหว่างประเทศมาทำหน้าที่ใช้อำนาจเหนือชาติในควบคุมการขุดค้นทรัพยากรอันมั่งคั่งจากท้องทะเลของมหาสมุทรโลก
==========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket


Regional Economic Group : Amazon Pact

กลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค: กติกาสัญญาอะเมซอน

สนธิสัญญาที่มีวัตถุประสงค์เพื่อประสานงานการพัฒนาลุ่มแม่น้ำอะเมซอนและเพื่อพิทักษ์สิ่งแวดล้อมในภูมิภาค โดยการใช้ทรัพยากรต่างๆอย่างมีเหตุผล ภาคีของกติกาสัญญาอะเมซอนปี ค.ศ.1978 ประกอบด้วย โบลิเวีย บราซิล โคลัมเบีย เอกวาดอร์ กายอานา เปรู ซูรินาเม และเวเนซุเอลา สนธิสัญญามีบทบัญญัติดังนี้ คือ (1) ให้ใช้ทรัพยากรน้ำในภูมิภาคด้วยความระมัดระวัง (2) ให้แต่ละภาคีมีสิทธิพัฒนาดินแดนลุ่มแม่น้ำอะเมซอนในส่วนของตนได้แต่ต้องไม่ให้ส่งผลกระทบต่อดินแดนในส่วนของภาคีอื่นๆ (3) ให้สามารถสัญจรทางเรือได้โดยอิสระตามลำน้ำต่างๆในภูมิภาค (4) ให้มีการปรับปรุงสุขอนามัยและสร้างโครงสร้างขั้นพื้นฐานทางการขนส่งและการคมนาคมได้ (5) ให้การสนับสนุนในการดำเนินความพยายามในการวิจัยร่วมกัน และ(6) ให้การสนับสนุนการท่องเที่ยว คณะมนตรีความร่วมมืออะเมซอนอันประกอบด้วยรัฐมนตรีจากประเทศสมาชิกแต่ละประเทศจะประชุมกันทุกปีเพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติของสนธิสัญญาและเพื่อพัฒนานโยบายและโครงการต่างๆ

ความสำคัญ กติกาสัญญาอะเมซอนนี้เป็นตัวอย่างที่สำคัญยิ่งที่แสดงให้เห็นว่า ประชาชาติที่มีเอกราชต่างๆซึ่งอยู่ในภูมิภาคทางภูมิศาสตร์เดียวกัน ถึงแม้ว่าจะมีระบบการเมืองและระบบสังคมแตกต่างกัน ก็สามารถร่วมมือเพื่อจัดการแก้ปัญหาทางด้านนิเวศวิทยาและการพัฒนาร่วมกันได้ ถึงแม้ว่ากติกาสัญญาอะเมซอนนี้จะเป็นกลุ่มเหนือชาติที่ไม่มีอิทธิพลและมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันมากนัก แต่การที่กลุ่มสามารถประสานความร่วมมือกันได้นี้แสดงให้เห็นว่า ปัญหาบางอย่างสามารถดำเนินการแก้ไขโดยอาศัยความร่วมมือระหว่างรัฐได้ แต่ทั้งนี้แต่ละรัฐจะต้องไม่ทำการใดๆอันเป็นการขัดแย้งกับเจตจำนงของกลุ่ม วัตถุประสงค์หลักของกติกาสัญญาอะเมซอน กล่าวคือ ให้ยุติการใช้ทรัพยากรลุ่มแม่น้ำอะเมซอนที่จะเป็นอันตรายต่อระบบนิเวศวิทยาอย่างไม่มัญญะมัญญังนั้นยังไม่บรรลุถึงได้ แต่ก็มีการกระทำที่คืบหน้าไปพอสมควร ยิ่งไปกว่านั้นแล้วการแข่งขันระหว่างชาติในการเปิดพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลนี้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจก็ได้ลดน้อยลงไป กติกาสัญญาอะเมซอนมีคุณค่าทั้งในด้านปฏิบัติและด้านสัญลักษณ์ ซึ่งคุณค่าทั้งสองอย่างนี้มีคุณูปการต่อการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างภาคีของกติกาสัญญาฉบับนี้ได้

======================================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Regional Economic Group : Andean Common Market

กลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค : ตลาดร่วมแอนดีน

กลุ่มเศรษฐกิจที่จัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1969 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงอำนาจต่อรองภายในสมาคมการค้าเสรีละตินอเมริกา(แลปตา) และเพื่อส่งเสริมการค้าและการพัฒนา สมาชิกของกลุ่มตลาดร่วมแอนดีนประกอบด้วย โบลิเวีย โคลัมเบีย เอกวาดอร์ เปรู และเวเนซุเอลา ประเทศซิลีเคยเป็นสมาชิกแรกเริ่มแต่ได้ถอนตัวออกไปเมื่อปี ค.ศ. 1976 ประชาชาติเหล่านี้มีความวิตกที่บูรณาการทางเศรษฐกิจภายในแลปตาเป็นไปอย่างเชื่องช้าจึงได้มาบรรลุข้อตกลงกันจัดตั้งตลาดร่วมเพื่อให้เป็นหนทางสร้างความเข้มแข็งแก่แลปตา วัตถุประสงค์ของกลุ่มตลาดร่วมแอนดีนมีดังนี้ คือ (1) ขจัดอุปสรรคทางการค้าในหมู่สมาชิกโดยจัดตั้งตลาดร่วม (2) กำหนดพิกัดอัตราศุลกากรภายนอกร่วมกัน(3) ส่งเสริมให้มีการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมโดยใช้ระบบการชำนาญเฉพาะด้านด้วยวิธีมอบหมายสิทธิในอุตสาหกรรมแต่ละอย่างระหว่างหมู่สมาชิก (4) ให้การผ่อนปรนเป็นพิเศษแก่สมาชิกที่ฐานะไม่ดี และ(5) ขยายการควบคุมบรรษัทนานาชาติที่ปฏิบัติงานอยู่ในตลาดร่วม กลุ่มตลาดร่วมแอนดีนได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการผสมขึ้นมาคณะหนึ่ง มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงลิมาประเทศเปรู มาทำหน้าที่เป็นองค์กรสูงสุดโดยมีคณะมนตรีและคณะกรรมาธิการผู้เชี่ยวชาญให้ความช่วยเหลือในการตกลงใจขององค์กร นอกจากนี้แล้วบรรษัทพัฒนาที่มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินแก่โครงการพัฒนาก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงการทางสถาบันอีกด้วย

ความสำคัญ ตลาดร่วมแอนดีนมีกำเนิดขึ้นมาในตอนเริ่มแรกโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางแก้ไขภาวะชะงักงันขององค์การแลปตา ประชาชาติในกลุ่มแอนดีนมีข้อแตกต่างจากกลุ่มทางเศรษฐกิจสำคัญอีก 2 กลุ่มในละตินอเมริกา กล่าวคือ กลุ่มแลปตาและกลุ่มตลาดร่วมอเมริกากลาง ตรงที่กลุ่มแอนดีนปฏิเสธการค้าเสรีและเศรษฐกิจแบบการตลาด แต่นิยม”การวางแผนจากส่วนกลาง” “เศรษฐกิจโดยการชี้นำ” และ”การร่วมมือในระดับภูมิภาค” โดยถือว่าเป็นวิธีการที่ดีที่สุดในการสร้างความทันสมัย มีการขจัดภาษีศุลกากรทั้งปวงภายในตลาดร่วมและมีการกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรภายนอกร่วมกัน กลุ่มแอนดีนถึงแม้จะประสบกับความลำบากแต่ก็ยังทำงานอยู่ในแลปตาได้ต่อไปแม้ว่าจะต้องขัดแย้งกับสมาชิกประเภทอนุรักษนิยมของแลปตาก็ตาม
===========================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket

Regional Economic Group : Asian and Pacific Council (ASPAC)

กลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค:คณะมนตรีเอเชียและแปซิฟิก(แอสแพค)

องค์การในระดับภูมิภาคที่จัดตั้งขึ้นมาในปี ค.ศ. 1966 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความร่วมมือทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมระหว่างสมาชิก สมาชิกของแอสแพคจะไม่เหมือนองค์การในระดับภูมิภาคเอเชียส่วนใหญ่ คือ จะมีแต่ประชาชาติเอเชียเท่านั้น กล่าวคือ ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ ไต้หวัน และไทย ชาติที่ริเริ่มให้มีการจัดตั้งแอสแพคคือเกาหลีใต้ การประชุมของแอสแพคจะจัดขึ้นทุกปีตามเมืองใหญ่ๆของหมู่รัฐสมาชิก ในระหว่างที่ยังไม่มีการประชุมใหญ่นั้น เอกอัครราชทูตของรัฐสมาชิกที่ประจำอยู่ที่ประเทศไทย จะประชุมกันทุกเดือนที่กรุงเทพมหานคร โดยทำหน้าที่เป็นคณะกรรมาธิการสามัญ โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยเป็นประธาน นอกจากนี้แล้วประเทศไทยก็ยังเป็นที่ตั้งสำนักเลขาธิการของแอสแพคนี้อีกด้วย

ความสำคัญ ถึงแม้ว่าสมาชิกของคณะมนตรีเอเชียและแปซิฟิกจะต่อต้านคอมมิวนิสต์อย่างเปิดเผยทั้งในด้านดำเนินนโยบายและในการสนับสนุนนโยบายของสหรัฐอเมริกาในเอเชีย แต่แอสแพคประกาศว่าตนเป็นองค์การที่ไม่เกี่ยวข้องกับการทหาร ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และไม่ติดยึดในอุดมการณ์ทางการเมือง ได้เคยพยายามที่จะดึงอินเดียเข้ามาเป็นสมาชิกแต่ไม่ประสบความสำเร็จ แอสแพคได้ออกประกาศและแถลงการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่ให้ความสนใจร่วมกัน ตัวอย่างเช่น ได้ออกแถลงการณ์ประณามการทดลองนิวเคลียร์ในพื้นที่เอเชียแปซิฟิก โครงการส่วนใหญ่ที่จัดตั้งขึ้นมาหรือที่อยู่ภายใต้การพิจารณาของแอสแพคนี้จะเกี่ยวข้องกับความพยายามร่วมกันที่จะแก้ไขปัญหาการพัฒนาเศรษฐกิจ
=======================

ขุมทรัพย์แห่งความรู้ สำนักพิมพ์ทองใบ

🌟 ขุมทรัพย์แห่งความรู้คู่การเงินปี ๒๕๖๙ โดย สำนักพิมพ์ทองใบ! 🌟

ท่านเป็นผู้หนึ่งที่สนใจอนาคตการเงิน? ต้องการรับมือกับความผันผวนของโลก หรือเปิดดวงรับทรัพย์ให้พุ่งทะยาน?
คัดสรร ๓ คัมภีร์สำคัญ ที่จะเปลี่ยนชีวิตการเงินและมุมมองโลกของคุณ:

·                     1. **สกุลเงินที่ล่มสลาย และบทเรียน:** เรียนรู้จากอดีตเพื่อปกป้องทรัพย์สินของคุณ

·                     2. **คัมภีร์เปิดทางรวย:** ปลดล็อคกำแพงพลังงาน นำโชคลาภเข้าสู่ชีวิต

·                     3. **พจนานุกรมศัพท์เศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ:** ไขทุกกลไกเศรษฐกิจโลกที่คุณต้องรู้

อย่ารอให้โอกาสหลุดลอย! เลือกคัมภีร์ที่คุณต้องการ หรือสะสมให้ครบทั้งชุด

👉 ที่ MebMarket


Regional Economic Group : Association of Southeast Asian Nations(ASEAN)

กลุ่มทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค : สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน)

องค์การในระดับภูมิภาคที่จัดตั้งขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ. 1967 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมความเติบโตทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางสังคมและการพัฒนาทางด้านวัฒนธรรมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สมาชิกของกลุ่มอาเซียนประกอบด้วย(1)อินโดนีเซีย (2)มาเลเซีย (3)ฟิลิปปินส์ (4) สิงคโปร์ (5)ไทย (6)บรูไน (7)ลาว (8)เวียดนาม (9)กัมพูชา และ(10)พม่า องค์การในระดับภูมิภาคแห่งนี้ขยายตัวเองจาก สมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาสา) ที่จัดตั้งเมื่อปี ค.ศ. 1961 โดยมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทย

ความสำคัญ การจัดตั้งสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นมานี้ เป็นความพยายามที่จะพัฒนาวิธีการของเอเชียเพื่อแก้ปัญหาของเอเชียด้วยการจัดองค์การร่วมมือกันขึ้นมา ประกอบด้วยประชาชาติในภูมิภาคเอเชียส่วนนี้ทั้งหมด แม้ว่าแถลงการณ์ในการจัดตั้งสมาคมนี้ส่วนใหญ่จะมุ่งความสนใจไปที่ปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม แต่ในส่วนที่เป็นคำปรารภได้ยืนยันว่า ฐานทัพต่างชาติทั้งหลายทั้งปวงในภูมิภาคนี้ ”ให้มีได้เป็นการชั่วคราว และให้คงอยู่ได้โดยความยินยอมของประเทศที่เกี่ยวข้องเท่านั้น” ถึงแม้ว่าอาเซียนจะสามารถบรรลุวัตถุประสงค์ทางเศรษฐกิจและทางสังคมได้แต่เพียงบางส่วน แต่ก็เป็นสมาคมทางการเมืองที่มีพลวัตรมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของภูมิภาคนี้ เมื่อทศวรรษปี 1980 อาเซียนเข้าไปพัวพันกับผลทางการเมืองระหว่างประเทศอันสืบเนื่องมาจากเวียดนามรุกรานกัมพูชา กลุ่มอาเซียนได้ดำเนินโครงการต่างๆโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงการท่องเที่ยว การขนส่งสินค้าทางเรือ การประมง และการค้า แต่ที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด อาเซียนเป็นสถานที่ประชุมถกแถลงกันในเรื่องต่างๆ เป็นต้นว่า เรื่องการจัดตั้งประชาคมแปซิฟิกในอนาคต เมื่อปี ค.ศ. 1980 อาเซียนและประชาคมยุโรปได้ลงนามในข้อตกลงร่วมมือกันเพื่อส่งเสริมการเพิ่มพูนทางการค้าระหว่างสมาชิกของทั้งสองกลุ่มนี้